ทฤษฎี 05: การเรียนรู้ที่เกิดจากประสบการณ์

คุณอาจจะคุ้นชินกับการเรียนที่ต้องนั่งอยู่ในห้องสี่เหลี่ยม รอรับความรู้ทั้งหลายจากครูที่ยืนอยู่หน้าห้องโดยที่เราไม่มีสิทธิเห็นต่าง หรือ อยากรู้อะไรที่อยู่นอกเหนือจากตำราหรือจากที่ครูเตรียมมา

แต่การเรียนแบบนั้นพ้นสมัยไปนานแล้วครับ

นักการศึกษา David Kolb ได้เสนอทฤษฎีการเรียนรู้ผ่านประสบการณ์ที่เรียกว่า  Experiential learning หรือ Learning cycle เอาไว้ว่าการเรียนรู้แบบนี้จะเน้นที่การมีประสบการณ์ในสิ่งนั้นๆ โดยตรง โดยมีวงจร 4 ขั้น ดังนี้

1. การเรียนรู้ผ่านประสบการณ์ตรง เช่น การอ่านหนังสือ การดูวีดีทัศน์ การสนทนาพูดคุย การทดลอง

2.  การทบทวน ไตร่ตรอง  คือการนำประสบการณ์ที่เกิดขึ้นมาครุ่นคิดใคร่ครวญ เช่น เขียนบันทึกสิ่งที่เรียนรู้ การสนทนา หรือ discussion

3. สรุปหลักการ หรือทฤษฎี ผู้เรียนจะนำสิ่งที่ได้จากขั้นที่  1 และ 2 มาสรุปออกมาเป็นทฤษฎีส่วนตัวด้วยวิธีการ เช่น การเขียน mind mapping การสรุปการเรียนรู้ออกมาเป็น model การนำเสนอผลการเรียนรู้

4. การนำสิ่งที่เรียนรู้ไปปฏิบัติจริงเพื่อเรียนรู้ว่าสิ่งไหนใช้ได้ สิ่งไหนต้องปรับปรุง จากนั้นจะกลับเข้าสู่ขั้นตอนที่ 1 อีกครั้ง

คำถามที่สำคัญก็คือทำไมเราถึงต้องสร้างแคมป์ที่มีการเรียนรู้ด้วยรูปแบบ Experiential learning หรือ Learning cycle เช่นนี้

คำตอบก็คือ ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วแบบนาทีต่อนาทีเช่นทุกวันนี้ รูปแบบการเรียนรู้ในวิถีเดิมๆ คือครูมีชุดความรู้ตายตัวมาป้อนให้เด็กไม่ตอบสนองความเป็นไปของสังคมอีกแล้ว เพราะความรู้ความเข้าใจเป็นพลวัตรมากขึ้น เติบโตและเปลี่ยนแปลงไปตลอดเวลา การเรียนด้วยวิธีป้อนความรู้ทางเดียวเหมือนเดิมมีแต่จะทำให้เด็กไม่มีความรู้ที่สามารถใช้ได้แถมยังบั่นทอนความรู้สึกกระหายใคร่รู้ซึ่งเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดของการเรียนไปอีกด้วย

ในเมื่อยุคสมัยนี้ เราทุกคนสามารถสืบค้นข้อมูลความรู้ได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย ฉะนั้นการสถาปนาความรู้มาจากครูเท่านั้นจึงไม่สอดคล้องกับความเป็นไปของสังคม

เมื่อเราเปิดพื้นที่ให้ทุกคนสามารถพาตัวเองเข้าไปประสบกับสิ่งต่างๆ โดยตรง แล้วจึงตกผลึกความคิดที่เกิดขึ้นจากประสบการณ์นั้น ก่อนจะเข้าสู่กระบวนการสรุปออกมาเป็นทฤษฎีเพื่อนำไปปฏิบัติในชัีวิตจริง การเรียนรู้จึงมีพลังและเห็นผลชัดเจน

ทั้งหมดนี้คือกระบวนการที่เหมาะสำหรับเด็กซึ่งเป็นวัยแห่งการเรียนรู้เพราะจิตใจของเขาเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น สนุกกับการทดลอง และไม่กลัวที่จะผิดพลาด

การใช้กระบวนการเรียนรู้ผ่านประสบการณ์จึงไม่เพียงเหมาะกับยุคสมัยที่เปลี่ยนไป แต่ยังเหมาะกับลักษณะที่แท้จริงของเด็กๆ ด้วย